151 Views |
ปุ๋ยอินทรีย์ทำมาจากอินทรีย์วัตถุซึ่งเป็นซากพืชซากสัตว์ ซึ่งล้วนเป็นเส้นใยเนื้อเยื้อของสิ่งมีชีวิตที่เปลี่ยนรูปมาจากแร่ธาตุต่างๆสานกันเป็นสารอินทรีย์ที่มีพลังงานอาหาร เช่นคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน เส้นใยเหล่านี้จึงไม่สามารถละลายน้ำได้ในเบื้องต้น แต่ความเป็นเส้นใยทำให้ดูดซับน้ำได้ดี แต่เราสามารถบดย่อยให้อนุภาคเล็กลงด้วยเครื่องจักร และย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์เพื่อให้แร่ธาตุปลดปล่อยแล้วละลายน้ำให้พืชใช้ได้
ปุ๋ยอินทรีย์เม็ด เกิดจากการใช้วัตถุดิบอินทรีย์ผงมาปั้นเป็นเม็ดหรืออัดแท่งเพื่อให้หว่านใช้สะดวก สภาพเม็ดจึงเกิดจากเส้นใยอินทรีย์จับตัวเป็นเม็ดกันชั่วคราวด้วยการเกาะเกี่ยวจากการคลึงหรืออัด และเมื่อถูกน้ำเส้นใยจะดูดน้ำแล้วค่อยๆคลายตัวแตกออกเป็นผงอย่างช้าๆ ยิ่งถ้าอัดเม็ดแข็งมากจะยิ่งแตกตัวช้า ต่างจากเม็ดฟิลเลอร์แร่ดินขาวที่แตกตัวเร็ว(กลายเป็นผงตะกอน)เพราะไม่ดูดน้ำหรือเกาะเกี่ยวกันด้วยเส้นใย และต่างจากปุ๋ยเคมีเช่นปุ๋ยยูเรียซึ่งเป็นปุ๋ยสังเคราะห์ที่ละลายน้ำได้100%(ไม่มีตะกอน) ฉะนั้น การแตกตัวจึงไม่เหมือนกับการละลาย และการละลายก็ไม่ใช่คุณสมบัติของปุ๋ยอินทรีย์ด้วย
เกษตรกรที่คุ้นเคยกับความเป็นเม็ดของปุ๋ยเคมีทึ่ละลายน้ำเร็วและฟิลเลอร์แร่ดินที่แตกตัวเร็ว จึงอาจเข้าใจผิดว่าปุ๋ยอินทรีย์ต้องละลายน้ำเร็วไปด้วย และความนิยมสินค้าเม็ดที่ต้องแตกตัวเร็วทำให้ผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ปั้นเม็ดไม่ให้แน่นหรือแข็งเกินไป หรือบางผู้ผลิตก็ใส่แร่ดินเข้าไปด้วยเพื่อให้แตกตัวเร็วขึ้น ฉะนั้นการแตกตัวเร็วจึงอาจไม่ใช่ตัวชี้วัดคุณภาพของปุ๋ยอินทรีย์ และอย่างไรปุ๋ยอินทรีย์ก็เป็นสินค้าที่ต้องขึ้นทะเบียนปุ๋ยเพื่อรับรองปริมาณอินทรีย์วัตถุ(ไม่ต่ำกว่า 20%)และค่าธาตุอาหารNPK(ไม่ต่ำกว่า2%) ผู้ละเมิดผลิตปุ๋ยอินทรีย์ปลอมจะถูกดำเนินคดีและมีโทษทั้งจำและปรับ เกษตรกรจึงควรพิจารณาจากเกณฑ์เหล่านี้ และเพื่อลดความกังวลใจในเรื่องนี้ เกษตรกรควรหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดผงซึ่งราคาถูกกว่า และการพิจารณาปุ๋ยแท้-ปุ๋ยปลอมง่ายกว่า
และอย่างไรก็ตาม ปุ๋ยอินทรีย์ก็ถูกเน้นใหัมีหน้าที่ทำให้ดินร่วนซุย เป็นแหล่งอาหารให้จุลินทรีย์ เป็นแหล่งแร่ธาตุเล็กๆน้อยๆที่จำเป็น และทิ้งฮิวมัสที่เป็นสารเสถียรไว้ช่วยปรับปรุงดินในระยะยาว ฉะนั้นเยื้อใยอินทรีย์ที่เราเห็นจึงเพื่อทำหน้าที่เหล่านี้ในระยะยาวนั่นเอง